จดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
 

 
 
 
 
 
 
 

ระเบียบการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนอายุไม่เกิน 18 ปี
ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
สปอนเซอร์ ซิโก้ ยูธ ทัวร์นาเมนท์ ครั้งที่ 2



1. ชื่อการแข่งขัน การแข่งขันฟุตบอลสปอนเซอร์ ซิโก้ ยูธ ทัวร์นาเมนท์ ครั้งที่ 2

2. คณะกรรมการจัดการแข่งขัน รอบคัดเลือกตัวแทนภาค (รายนามแนบเพิ่มเติม)

3. คณะกรรมการจัดการแข่งขัน รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ (รายนามแนบเพิ่มเติม)

4. ทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน

  1. ทีมที่มีความจำนงจะเข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องส่งในนามสถานศึกษาเท่านั้น

5. คุณสมบัติของนักกีฬา

  1. เพศชาย
  2. มีสัญชาติไทย
  3. จะต้องเป็นนักเรียน นักศึกษาที่ศึกษาอยู่ปัจจุบัน และศึกษาอยู่ในโรงเรียนหรือสถาบันแห่งนั้น ๆ จริง
  4. มีอายุไม่เกิน 18 ปี (เกิด พ.ศ. 2530 เป็นต้นไป) ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน(หรือเอกสารรับรองอายุไม่เกิน 18 ปี) และต้องนำมาแสดงทุกครั้ง ในวันแข่งขัน หากไม่นำมาจะไม่มีสิทธิ์ลงแข่งขันไม่ว่ากรณีใด ๆ

6. หลักฐานในการสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน
 ทีมสมัครต้องมีหลักฐานครบสมบูรณ์ จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้

  1. สถานศึกษาที่จะส่งทีมเข้าแข่งขันจะต้องส่งใบสมัคร โดยผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ลงนาม หรือผู้ที่ ได้รับมอบอำนาจจากผู้บริหารสถานศึกษา (ประทับตราโรงเรียน)
  2. ทีมที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันสามารถส่งรายชื่อนักกีฬา ลงทะเบียนได้ไม่ต่ำกว่า 15 คน และไม่เกิน 20 คน
  3. ใบสมัคร ทะเบียนรายชื่อ ทะเบียนภาพถ่ายนักกีฬา (แผงรูป) ตามแบบฟอร์มที่กำหนด
  4. ใบรับรองว่านักกีฬาปัจจุบันกำลังศึกษาในสถานศึกษา และติดรูปถ่าย พร้อมประทับตราสถานศึกษา (รบ. 5ต/ป)
  5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

7. กติกาการแข่งขัน

  1. การแข่งขันใช้กติกาการแข่งขันฟุตบอลของ สหพันธ์ฟุตบอล นานาชาติ (FIFA) ซึ่งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกเสียจากจะได้มีระบุไว้เป็นอย่างอื่น ๆ ในระเบียบการแข่งขันนี้
  2. คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะเป็นผู้พิจารณาผู้ตัดสิน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน ลงปฏิบัติหน้าที่ในสนาม วัน และเวลา ที่กำหนด
  3. สถานศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องยอมรับการตัดสินของผู้ตัดสินในการแข่งขันนั้น ๆ และการตัดสินของผู้ตัดสินในระหว่างการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด จะอุทธรณ์มิได้

8. การจัดการแข่งขันและระบบการแข่งขัน

  1. จัดการแข่งขันระบบแพ้คัดออก
  2. การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภาคแบ่งการแข่งขันเป็น 4 ภาค
  3. ในรอบคัดเลือกระดับภาค รับสมัครไม่เกิน 32 ทีมต่อภาคเท่านั้น การพิจารณาลำดับทีมให้ถือ ตาม ข้อ 6 ก่อน – หลัง
  4. ทีมที่เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายของทุกภาค ได้สิทธิเป็นตัวแทนภาคเข้าไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (16 ทีม)ระดับประเทศ
  5. การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ครึ่ง ๆ ละ 40 นาที หยุดพักระหว่างการแข่งขัน ไม่เกิน 15 นาที
  6. คณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นผู้กำหนด หรือเปลี่ยนแปลงคู่แข่งขัน สนามและเวลาการแข่งขันได้โอกาส ตามความเหมาะสม แต่จะต้องแจ้งให้ทีมที่แข่งขันทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนที่จะมีการแข่งขัน
  7. การจัดทำกำหนดการแข่งขัน หรือการสั่งงดการแข่งขันของคู่เข้าแข่งขันหรือสถานศึกษาที่เข้าร่วมการ แข่งขัน ที่ปฏิบัติผิดระเบียบการแข่งขัน เป็นอำนาจของคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นผู้พิจารณา ดำเนินการ และเมื่อประกาศไปแล้ว ผู้เข้าแข่งขันและสถานศึกษาที่เข้าแข่งขันจะต้องปฏิบัติตามทุก ประการ โดยถือเป็นที่สิ้นสุด จะอุทธรณ์ใดๆ มิได้
  8. หากมีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุการณ์ใด ๆ  เกิดขึ้น  โดยมิได้ระบุการถือปฏิบัติไว้ในระเบียบการนี้    ให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันใช้ดุลยพินิจชี้ขาด เพื่อดำเนินการแข่งขันต่อไป
  9. ในวันที่กำหนดให้แต่ละทีมทำการแข่งขัน ทีมใดที่ลงสนามแข่งขันแล้วเหลือนักกีฬาฟุตบอลในสนาม น้อยกว่า 7 คน ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้
  10. ทีมใดที่มาถึงสนามแล้ว  แต่ไม่พร้อมที่จะลงสนามแข่งขัน หลังจากล่วงเลยเวลาที่กำหนดแข่งขันไปแล้ว 15 นาที ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ หากไม่พร้อมทั้ง 2 ทีม ให้ปรับเป็นแพ้ทั้งคู่
  11. กรณีที่ทีมใดไม่ลงทำการแข่งขัน หรือไม่ร่วมการแข่งขันต่อจนหมดเวลา หรือนักกีฬาฟุตบอลผละจากการแข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่และนักกีฬาฟุตบอลเป็นเหตุให้การแข่งขันยุติลง ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้
  12. นักกีฬา และหรือเจ้าหน้าที่ทีม  หากกระทำความเสียหายแก่สถานที่  และสนามแข่งขัน   ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามความเป็นจริงทุกประการ
  13. ผู้เล่นแต่ละทีม  จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมือนกัน ทั้งสี และแบบ  ที่ได้แจ้งไว้ในแบบฟอร์มของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และติดหมายเลขประจำตัวทางด้านหลังเสื้อด้วยสีที่มองเห็นได้ชัดเจนมีความสูงไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร กับที่หน้าอกเสื้อ และขากางเกงด้านหน้าข้างขวาด้วยสีที่มอง เห็นได้ชัดเจน มีความสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร ผู้เล่นที่ไม่ติดหมายเลข หรือติดหมายเลขไม่ตรงกับในทะเบียนแข่งขัน จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินก่อนลงทำการแข่งขัน และผู้ตัดสินได้บันทึกรายงานไว้แล้ว
  14. ผู้เล่นที่เป็นหัวหน้าทีมต้องติดเครื่องหมายที่แขนเสื้อด้านซ้ายให้ชัดเจน เครื่องหมายนี้จะต้องจัดหา
    มาเอง  หากหัวหน้าทีมไม่มีเครื่องหมาย  ให้ใช้เครื่องหมายของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน  ที่จัดจัดเตรียมไว้ และปรับเป็นเงินครั้งละ 500 บาท
  15. ให้ผู้จัดการทีมที่เข้าแข่งขัน  ส่งบัญชีรายชื่อนักกีฬาฟุตบอล  พร้อมทั้งลำดับหมายเลขให้ตรงตามหมายเลขที่ได้สมัครไว้ตามแบบของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน โดยมีนักกีฬาฟุตบอลไม่เกิน 11 คน และนักกีฬาฟุตบอลสำรองไม่เกิน 7 คน ก่อนเวลาการแข่งขัน 1 ชั่วโมง ของวันที่ลงทำการแข่งขัน
  16. ถ้าทีมใด ส่งชื่อหรือนามสกุลนักกีฬาฟุตบอลไม่ตรงตามทะเบียน หรือจัดผู้ไม่มีสิทธิ์ตามระเบียบนี้  ลงทำการแข่งขัน ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ในการแข่งขันครั้งนั้น
  17. ตลอดระยะเวลาการแข่งขันอนุญาตให้เปลี่ยนตัวนักกีฬาฟุตบอลได้ 4 คน ไม่รวมผู้รักษาประตู  จาก   นักกีฬาฟุตบอลสำรอง 7 คน ตามบัญชีรายชื่อที่ยื่นไว้ก่อนการแข่งขัน ผู้ที่เปลี่ยนตัวออกไปแล้ว จะ กลับเข้ามาลงแข่งขันในการแข่งขันครั้งนั้น ๆ อีกไม่ได้
  18. ในการแข่งขันรอบคัดเลือกภาค ถ้าปรากฏว่าผลการแข่งขันเสมอกันในเวลาปกติให้ตัดสินหาผู้ ชนะ ด้วยวิธีการเตะลูกโทษ ณ จุดเตะโทษ  โดยไม่มีการต่อเวลา  และปฏิบัติตามกฎการเตะจากจุดเตะ โทษเพื่อหาผู้ชนะของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA)
  19. ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (16 ทีม) ระดับประเทศ   หากผลการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศเสมอกันในเวลาปกติ  ให้ต่อเวลาการแข่งขันออกไปอีก 20 นาที  โดยครึ่งเวลาละ 10 นาที  ถ้าทีมใดสามารถทำประตูได้ก่อน ทีมนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ (โดยใช้ระบบ Golden Goal)    หากเสมอกันในช่วงต่อเวลาให้ทำการตัดสินโดยการเตะลูกโทษ ณ จุดเตะโทษ และปฏิบัติตามกฎการ
    เตะจากจุดเตะโทษเพื่อหาผู้ชนะ ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA)
  20. นักกีฬาที่ถูกคาดโทษด้วยใบเหลือง 2 ครั้ง ในการแข่งขัน จะติดต่อกันหรือไม่ก็ตามถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงแข่งขันในครั้งต่อไป 1 ครั้งทันที และให้โทษใบเหลืองนั้นหมดลง
  21. นักกีฬาที่ถูกคาดโทษด้วยใบแดง (ไล่ออก) ให้ถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงแข่งในครั้งต่อไป 2 ครั้งทันที  และ หากได้รับใบเหลืองอยู่ก่อน ให้คงโทษใบเหลืองนั้นไว้
  22. นักกีฬาที่ถูกคาดโทษด้วยใบแดง (ไล่ออก) ด้วยสาเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อย ในขณะแข่งขัน หรือนอกเวลาการแข่งขัน ให้ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันตลอดทัวร์นาเมนท์ทันที  และไม่อนุญาตให้นำนักกีฬาคนอื่นมาแทนไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
  23. ทีมใดหรือสถานศึกษาใดฝ่าฝืนนำนักกีฬาตามความในข้อ 8.20, 8.21 และ8.22  ลงทำการแข่งขัน  ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้

9.  การพิจารณามารยาท  วินัย และข้อประท้วง

  1. นักกีฬาที่แสดงปฏิกิริยาไม่ลงทำการแข่งขันจนครบเวลาการแข่งขัน  ให้ถือว่า   เป็นการกระทำผิดมารยาทนักกีฬาอย่างร้ายแรง ให้ตัดสิทธ์นักกีฬาคนนั้นออกจากการแข่งขันตลอดทัวร์นาเมนท์ทันทีและไม่อนุญาตให้นำนักกีฬาคนอื่นมาแทนไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
  2. การประท้วง
       1.    ให้ประท้วงได้เฉพาะคู่กรณีและคุณสมบัติของนักกีฬาเท่านั้น
       2.    ให้ยื่นคำประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ได้รับมอบอำนาจให้ลงนามรับรองต่อประธานจัดการแข่งขันภายในเวลา 24 ชั่วโมง หลังการแข่งขันของคู่กรณีจบลง
  3. คำประท้วงต้องมีข้อความชัดเจนและมีพยานหลักฐานประกอบครบถ้วน ถ้าไม่มีพยานหลักฐาน ประกอบคำประท้วงจะไม่รับคำประท้วงและจะไม่พิจารณาคำประท้วงใด ๆ
  4. การประท้วงทุกครั้ง  จะต้องแนบเงิน “ประกันค่าประท้วง”  (ค่าธรรมเนียม)  จำนวน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) หากการประท้วงเป็นผลจะคืนเงินค่าประท้วงให้ แต่ถ้าการประท้วงไม่เป็นผล จะถูกคณะกรรมการจัดการแข่งขันริบเงินค่าประท้วงทันที  ไม่ว่ากรณีใด ๆ 
  5. เมื่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันได้รับหนังสือประท้วง ให้จัดส่งสำเนาหนังสือประท้วงให้แก่ทีมสถานศึกษาที่ถูกประท้วง ได้ชี้แจงแก้ต่างเป็นลายลักษณ์อักษร    พร้อมหลักฐานภายใน 1 วัน หลังจากได้รับหนังสือจากคณะกรรมการจัดการแข่งขัน หากไม่มีการชี้แจงหรือแก้ต่างเป็นอย่างใด  ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันดำเนินการพิจารณาตัดสินได้ทันที และให้ถือผลการตัดสินเป็นเด็ดขาด และจะอุทธรณ์ใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้นและให้ลงโทษตามระเบียบการแข่งขัน     
  6. ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (16 ทีม) ระดับประเทศห้ามประท้วงในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

10.  รางวัลการแข่งขัน

  1. รอบคัดเลือกระดับภาค
    ตัวแทน 4 ทีมของแต่ละภาคจะได้รับเงินบำรุงทีม ทีมละ 5,000 บาท
  2. รอบชิงชนะเลิศ (16 ทีม) ระดับประเทศ
        - ทีมชนะเลิศจะได้รับ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 100,000 บาท
        - ทีมรองชนะเลิศลำดับที่ 1 จะได้รับ  ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา จำนวน 50,000 บาท
        - ทีมรองชนะเลิศลำดับที่ 2 จะได้รับ  ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา จำนวน 30,000 บาท
        - ทีมรองชนะเลิศลำดับที่ 3 จะได้รับ  ถ้วยรางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 3 พร้อมทุนการศึกษา จำนวน 15,000 บาท
         - ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันอีก 12 ทีม จะได้รับเงินบำรุงทีม ทีมละ 8,000 บาท

11. สถานที่และกำหนดการแข่งขัน

  1. วันรับสมัคร  วันที่ 15 พฤษภาคม 2548 ถึง วันที่ 31 สิงหาคม 2548
  2. วันจับสลาก  รอบคัดเลือดภาคกลาง วันที่ 7 กันยายน 2548
    - รอบคัดเลือดภาคใต้ วันที่ 13 ตุลาคม 2548
    - รอบคัดเลือดภาคเหนือ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2548
    - รอบคัดเลือดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2548
    - รอบชิงชนะเลิศ : ต้นเดือนธันวาคม 2548
  3. ระยะเวลาการแข่งขัน 

    รอบคัดเลือกระดับภาค
    * ภาคกลาง    
    แข่งขันวันที่ 19 - 23 กันยายน 2548 จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    สนามโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี

    * ภาคใต้    
    แข่งขันวันที่ 14-19 ตุลาคม  2548 จังหวัดสงขลา
    สนามติณสูลานนท์

    * ภาคเหนือ   
    แข่งขันวันที่ 6-11 พฤศจิกายน 2548 จังหวัดพิจิตร
    สนามวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร

    * ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  
    แข่งขันวันที่ 20-25 พฤศจิกายน 2548 จังหวัดขอนแก่น
    สนามวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย

    รอบชิงชนะเลิศ    
    แข่งขันวันที่ 11-16 ธันวาคม 2548 จังหวัดสงขลา
    สนามติณสูลานนท์

 12. การถือปฏิบัติตามระเบียบการแข่งขัน
ระเบียบการแข่งขัน  และข้อแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอื่นใด   ที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันแจ้ง และประกาศให้ทราบ ผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน และนักกีฬาฟุตบอลทุกคนต้องทราบ  และถือปฏิบัติ โดยจะอ้างว่าได้ดำเนินการไปโดยไม่ทราบมิได้  และหากมีเหตุการณ์ใด ๆ  ที่อาจเกิดขึ้นโดยระเบียบนี้มิได้ระบุไว้  ให้อยู่ในดุลพินิจ และอำนาจของคณะกรรมการจัดการแข่งขันพิจารณาตัดสินชี้ขาด

13. การใช้ระเบียบการฯ นี้ ให้ใช้ระเบียบการฯ นี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2548
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Copyright © 2014 www.sporthero.net All Rights Reserved.
ทำเว็บ  ออกแบบเว็บ  Web Design  เว็บสำเร็จรูป  เว็บไซต์สำเร็จรูป